ชี้แนะ ธอร์ 3

[wpts_spin]หนังบอกเล่าเรื่องราวหลังจากที่ ธอร์ ( เฮมสเวิร์ธ ) ได้เสร็จภารกิจของกลุ่มอเวนเจอร์ เขาเริ่มตามหาหินอินฟินิตี้แล้วก็ได้ทราบเรื่อง “คำทำนายแร็กนาร็อก” ซึ่งพยากรณ์ว่าจะกำเนิดการรบที่ทำให้แอสการ์ดจะต้องพังฉิบหาย เขาจึงเพียรพยายามปกป้องแอสการ์ดจากคำทำนาย แม้กระนั้นก็ราวกับจะสูญเปล่าเมื่อพบกับเรื่องจริงที่โอดิน( ฮอปกิ้นส์ ) พ่อของเขาได้ปกปิดเอาไว้ เมื่อเฮล่า ( แบลนลานเชทท์ ) เทพเจ้าที่ความตายที่ถูกโอดินจองจำได้ถูกปล่อยออกมา เฮล่า จึงกลับมายังแอสการ์ดเพื่อล้างแค้นแล้วก็ยึดครองแอสการ์ด ธอร์จึงจะต้องต่อสู้เพื่อปกป้องแอสการ์ด แต่ เฮล่ากลับจัดแจงธอร์ได้อย่างสะดวกสบาย แถมค้อนโยเนียร์ก็ถูกทำลาย แล้วก็ในระหว่างการต่อสู้นั้นเอง ธอร์ได้หลุดไปยังดาวซาคาร์แล้วก็ถูกจับไปเป็นนักสู้มึงลดดิเอเตอร์ ซึ่งทำให้ธอร์ได้พบกับฮัลค์ ( รัฟฟาโล ) แล้วก็จะต้องต่อสู้กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อหาทางกลับไปช่วยปล่อยแอสการ์ดจากเงื้อมมือของเฮล่า

Thor 3 : Ragnarok

ถึงแม้เค้าโครงเรื่องมองน่าจะเป็นหนังแนวแอคชั่นหนักๆแบบซีเรียส แม้กระนั้นแบบอย่างก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้มีฮาแน่ๆ หนังแปลงเป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีที่มีความขบขันเบาสมอง ใส่มุกเข้าไปแบบไม่ยั้งแทบจะทุกฉากทุกตอน แม้แต่ตัวโอดินพ่อของธอร์ที่มองขรึมๆจริงจังๆก็ยังมีฉากฮากับเขาด้วยเลย แม้กระนั้นพอถึงฉากแอคชั่นก็มันสุดติ่ง ยิ่งได้เพลง Immigrant Song ของ Led Zeppelin มาประกอบกับตอนต่อสู้ของธอร์มันช่างลงตัวได้อย่างเกินจริง รวมถึงเพลงประกอบในขณะที่ไปยังดาวซาคาร์ก็มีกลิ่นคล้ายกับเรื่อง Guardian of Galaxy อยู่เหมือนกัน เมื่อความขบขันตลกโปกฮารวมกับฉากแอคชั่นมันๆความสนุกสนานก็เกิดขึ้น รวมถึงฉากสถานที่ตามดาวพระเคราะห์ต่างๆสเปเชียลเอฟเฟกทำได้ดีมาตรฐานไม่ตกไปจากภาคก่อนๆหรือหนังค่ายเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่จะประหลาดตาไปจากภาคก่อนๆน่าจะเป็นในเรื่องของสีสันต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดาวซาคาร์ซึ่งเป็นดาวที่ซึ่งพูดได้ว่ามีความเหลื่อมล้ำราวกับสังคมโลกในปัจจุบันที่คนมั่งคั่งหรือคนชั้นสูงก็จะแต่งตัวดีๆสีสันจัดจ้ามองกีฬาที่มีความร้ายแรง ดังเช่นว่า เอาคนมาฆ่ากัน ( ถ้าในโลกของเราก็คงจะเป็นพวกมวยสากล หรือ อเมริกันฟุตบอล ) ตอนที่ชนชั้นแรงงานก็จะต้องอาศัยอยู่ตามกองขยะคอยดักปล้นเพื่อเอาตัวรอด กล่าวได้ว่าดูๆไปก็สะท้อนถึงสังคมในปัจจุบัน
Thor 3 : Ragnarok1-1

สำหรับเฮมสเวิร์ธในบทบาทของธอร์ ภาคนี้มองดูว่าเขาจะมีความผ่อนคลายเป็นพิเศษไม่เหมือนกับภาคก่อนๆ โดยธอร์จะเป็นคนตลก สนุกสนาน ถูกใจแหย่คนอื่นๆไม่ค่อยมีความดราม่าให้เห็นมากสักเท่าไรนักแม้กระนั้นธอร์ก็ยังคงมีความเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็มักจะทำตามอารมณ์เหมือนเดิม ส่วนในบทแอคชั่นเฮมสเวิร์ธก็ยังเล่นบทบู๊ได้อย่างเท่ห์มีสไตล์ นับได้ว่าเฮมสเวิร์ธทำได้ตามมาตรฐานของเค้าที่เคยได้ทำเอาไว้ ในส่วนของโลกิ ถ้าเราได้เคยมองในภาคก่อนๆจะรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนไม่ดีร้ายคอยทรยศทุกคนได้ตลอดระยะเวลา แม้กระนั้นในภาคนี้ฮิดเดิลสตันบางทีก็อาจจะไม่มีความร้ายเท่าใดนัก แม้กระนั้นในความหัวหมอเล่ห์กลยังมีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความพลิ้วไหว กล่าวได้ว่าที่เคยชิงชังๆกัน บางทีก็อาจจะหลงรักในความทะเล้นของเค้าก็เป็นได้ ในส่วนของแบลนลานเชทท์ในบทบาทของเฮล่า เทพเจ้าที่ความตาย จะต้องถือว่าคุณเล่นก้าวหน้าสุดๆเหมาะสมกับบทนี้มากมายๆอีกทั้งสีหน้าท่าทางแววตาท่าทางดูราวกับแม่มดที่ร้ายราวกับในหนังเทพนิยายญาติกริมม์ไม่มีไม่ถูก มองไปดูมานี่นึกว่านักจัดรายการวิทยุต้นหอม หรือ พลอยเฌอมาลย์มาเล่นเรื่องนี้ด้วย นานๆหนจะเห็นแบลนลานเชทท์มาเล่นหนังซูเปอร์วีรบุรุษ อีกผู้ที่จะต้องขอพูดถึงก็คือในส่วนของ วัลคีปรี่สมัยก่อนทหารชาวแอสการ์ดที่รับบทโดย เทสซ่า ทอมป์สัน เรื่องนี้คุณเล่นได้เท่ห์มากมายๆเป็นสาวนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งอย่างกับผู้ชายอกสามศอก แถมยังมองมีเสน่ห์กล่าวได้ว่าเป็นสาวผิวสีที่ขึ้นกล้องถ่ายรูปสุดๆมองงามแจ่มใส แล้วก็โอดิน กษัตริย์แก่พ่อของธอร์ ที่ท่านเซอร์แอนโธนี่เล่น ที่แม้ว่าจะโผล่มาน้อยไม่มากสักเท่าไรนักแม้กระนั้นก็ทำให้เราเห็นถึงออร่าของดาราผู้ยิ่งใหญ่ แล้วก็ความมีอิทธิพลในทุกๆฉากที่มึงโผล่มา เว้นฉากตลกครับ ที่มึงเองก็เล่นได้น่ารักน่าเอ็นดูสามารถเรียกเสียงหัวเราะมาได้เหมือนกัน ส่วนฮัลค์ในภาคนี้ก็จะราวกับเด็กน้อยโง่เอาแต่ใจในร่างยักษ์ตัวเขียว ที่ก็เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นตอนๆเหมือนกัน ไม่ถูกกับฮัลค์ที่เราเคยมองที่มีความกราดเกรี้ยวเป็นประจำ thor ragnarok ศึกอวสานเทพเจ้า

Thor 3 : Ragnarok1-2

สำหรับ Thor ภาคนี้ผมให้แต้ม 8.5 เต็ม 10 ครับผม หักตรงที่บางเวลาเพียรพยายามใส่มุกตลกเข้าไปมากเกิน บางมุกก็มีความรู้สึกฝืด บางมุกก็สามบาทห้าบาท ถึงแม้ว่าฉากนั้นไม่จำเป็นที่ต้องใส่ก็ได้ เอาตรงๆก็มุกที่จะขำสุดๆก็จะเป็นในมุกพวกเจ็บตัว เป็นต้น รวมถึงการที่ผู้แสดงหลายๆตัวตายง่ายเกิ๊น อารมณ์ประมาณว่า อ่าว ตายแล้วหรอ ปัดโถ่ อุตส่าห์โผล่มาทั้งที (แม้กระนั้นก็รู้เรื่องนะว่าเฮล่ามันเก่งจริงๆ) ถึงแม้ว่าบางตัวภาคก่อนๆโคตรเก่ง รวมถึงฉากซึ้งๆระหว่างพ่อลูก ที่ทำได้ดูเหมือนกับว่าอารมณ์ยังไม่สุดเยอะแค่ไหน อย่างไรก็แล้วแต่หนังเรื่องนี้บันเทิงใจครับผมไม่มีเบื่อมองเพลินๆผู้ใดกันที่ถูกใจแนวตลกเบาสมอง หรือ แอคชั่นที่ถ่ายทำได้มันแล้วก็สวยสดงดงามแบบแฟนตาซี ต้องห้ามพลาด ยิ่งถ้าแฟนหนังมาร์เวลส์ยิ่งจะต้องมอง[/wpts_spin]

Default