‘ลุงพล’ หนี! ตำรวจบุกบ้านเช้านี้ ล่าตามหมายจับ คดีฆ่าอำพรางศพน้องชมพู่

‘ลุงพล’ หนี! ตำรวจบุกบ้านเช้านี้ ล่าตามหมายจับ คดีฆ่าอำพรางศพน้องชมพู่

เกาะติดคดีดัง “ลุงพล” หนี! ล่องหนยังไม่พบตัว! ตำรวจบุกบ้านเช้านี้ ล่าตามหมายจับ คดีฆ่าอำพรางศพน้องชมพู่

จากกรณี ศาลจังหวัดจังหวัดมุกดาหาร ได้อนุมัติหมายจับ นายไชย์พล ความงาม หรือ “คุณลุงพล” ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” ที่หายออกจากบ้านพักที่บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดจังหวัดมุกดาหาร ก่อนที่จะพบว่าเสียชีวิต
ล่าสุดเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเดินทางไปที่บ้านของ นายไชย์พล ความงาม หรือ “คุณลุงพล” ที่บ้านกกกอก ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าตรู่ ปฎิบัติการค้นหาราว 1 ชั่วโมง ไม่พบเพศผู้ต้องหา ก็เลยถอนกำลังเจ้าหน้าที่กลับตอนประมาณ 7 โมงเช้าตรู่
ขณะที่ ตำรวจค้นหาคุณลุงพลที่บ้านนั้น แม่และก็บิดาของน้องชมพู่ ได้ปรากฎตัวที่หน้าบ้าน เพื่อติดตามคดีและก็อยากทราบว่าลงมือฆ่าน้องชมพู่ทำไมไหม
แม่น้องชมพู่ชอบใจ หลังตำรวจออกหมายจับ นับว่าเป็นของขวัญวันเกิด


แม่น้องชมพู่ชอบใจ หลังตำรวจออกหมายจับคุณลุงพล เจาะจงรอคอยตอนนั้นมานาน พูดแต่ว่าไม่มีใครเชื่อ การออกหมายจับครั้งนี้เสมอเหมือนเป็นของขวัญวันเหมือนวันเกิดให้ตัวเอง แต่ว่าเกรงเรื่องคดีเพราะว่าคุณลุงพลได้ทนายฝีมือยอดเยี่ยมมาช่วย
ภายหลังมีข่าวสารการออกหมายจับ นายไชย์พล ความงาม หรือคุณลุงพล นางสาวิตรี ตระกูลศรีชา แม่น้องชมพู่ กล่าวมาว่า เมื่อรู้ดีว่านายไชยพล ความงาม กลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนตัวมองว่า คนๆนี้จะต้องมีความเมตตากรุณาน้องชมพู่ มากยิ่งกว่าผู้อื่นที่ไม่รู้จัก แต่ว่าในเมื่อโจรเป็นคนรู้จักกันหรือพี่น้อง ตนคิดว่าเขาจะต้องมีความปรานีต่อเด็ก ทั้งๆที่เขาเป็นคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัว ส่วนตัวเชื่อว่า วันที่ 11 พ ค 2563 น้องชมพู่ยังไม่เสียชีวิต ซึ่งวินาทีนั้น น้องอาจร้องไห้ อ้อนวอน ทุกวิธีทาง เพื่ออยากจะกลับไปอยู่บ้านมาหาบิดามารดา
ทำไมผู้ที่เป็นพี่น้อง ทำไมไม่พาน้องมาพบบิดามารดา คุณไม่มีความสำนึกต่อเด็ก ต้นเหตุที่ในอดีตกาลตนเคยออกมาให้สัมภาษาณ์ว่าสงสัยคุณลุงพล เพราะตนได้อุตสาหะอะไรหลายๆอย่างแต่ว่าลงพลไม่ยอมฟัง และก็การให้ข่าวกับสื่อของคุณลุงพล มีลักษณะพูดเทียวไปเทียวมา ตัวอย่างเช่นคุณลุงพลเคยบอกว่า คุณลุงพลมาเติมลมรถยนต์ที่บ้านแล้วน้องชมพู่ร้องตามคุณลุงพล ถ้าเอาน้องไปด้วยอาจไม่ตาย สิ่งนี้เป็นหนแรกที่เขาให้สัมภาษณ์ แล้วต่อจากนั้นก็ออกมาแก้ข่าวสาร ว่าจำวันไม่ถูก
ในกรณีที่พระอาจารย์บุญมาออกมาให้ข่าว คุณลุงพลก็ออกมาให้ข่าวโต้พระอาจารย์บุญมา บิดาแบมออกมาพูดเขาก็ออกมาโต้บิดาแบม และก็ตำรวจก็ไม่ได้ไต่สวนแค่คุณลุงพลคนเดียว ตำรวจไต่สวนคนอีกทั้งหมู่บ้าน รวมทั้งตัวเองและก็นายอนามัยด้วย ตนอยากฝากถึงสังคม ในฐานะที่ตนเคยกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆ่าลูกตัวเองว่า ตนเลือกที่จะนิ่ง และก็ปลง ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนในตอนนั้น และก็ยอมรับว่าชดเชยบาปที่ถูกสังคมดุด่า
และก็คุณลุงพล เขาจำต้องชดเชยบาปในสิ่งที่ทำกับน้องชมพู่ ตนอยากบอกกับชมพู่ว่า ลูกได้รับความเที่ยงธรรมแล้วนะ และก็คุณพ่อกับคุณแม่ทำให้สังคมทราบว่า พวกเราไม่รังควานลูก พวกเราไม่ฆ่าลูก ลูกที่ตนรอคอยให้เกิดในท้อง ต้องการที่จะให้สังคมมองดูครอบครัวตนใหม่ด้วย ตนอยากขอบคุณ ผู้บังคับบัญชาตร ที่ให้โอกาสดีๆกับตัวเอง และก็คลี่คลายคดีนี้
“วันนี้เป็นวันเหมือนวันเกิดของฉัน และก็รู้สึกว่าได้รับพรวิเศษ เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ที่ตำรวจมอบความเที่ยงธรรมให้ครอบครัวพวกเรา ถ้าผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ช่วงนี้ยังไม่มีความรู้เรื่องกฏหมายจำต้องปรึกษาผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในด้านนี้ก่อน ฉันเชื่อว่าต้องมีคนต้องการที่จะให้การช่วยเหลือครอบครัวฉันบ้าง เคยบอกผู้ต้องหาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาแล้วว่า คนไหนที่ทำอะไรไว้ ก็ให้มอบตัว
โทษร้ายแรงจะได้กลายเป็นค่อย แต่ว่าช่วงนี้คุณไม่มีช่องทางนั้นแล้ว ยอมรับว่ากลุ้มใจ ที่ผู้ต้องหาเขามีทนายส่วนตัวเป็นทนายความฝีมือยอดเยี่ยม แต่ว่าก็เชื่อว่าหลักฐานที่ตำรวจเก็บไว้ จะเอาสามารถเอาผิดคนร้ายได้ ชมพู่เป็นเด็กที่บริสุทธิ์ ต้องการที่จะให้ลูกไปสู่สวรรค์ ส่วนหัวข้อการหาทนายความส่วนตัว จำเป็นต้องปรึกษากับตำรวจและก็ครอบครัวอีกรอบ”นางสาวิตรี กล่าว

 

Default